เกร็ดความรู้ที่ต้องการจะแนะนำในวันนี้ ก็คงหนี้ไม่พ้นสมุนไพรไทยภายในบ้านเรานั่นเอง สำหรับสมุนไพรไทยในทุกวันนี้ได้มีเกิดขึ้นมากมาย บางตัวก็อาจจะนำมารับประทานเป็นอาหารหลัก ๆ ก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนส่วนใหญ่จะรู้จักใบมะกรูดกันอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นสมุนไพรตัวอื่น ๆ บางคนอาจจะไม่รู้จักก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากจะแนะนำสมุนไพรที่ผู้คนจำนวนมากไม่ค่อยนำมารับประทานกันค่ะ   เพื่อเกร็ดความรู้สมุนไพรไทยในบ้านเรานั้น ยังเต็มไปด้วยพืชมากหลายประเภทด้วยกัน วันนี้จึงจะแนะนำเกร็ดความรู้ดี ๆ มาฝากกันค่ะ เนื่องจากชะเอมไทยเป็นพืชยืนต้นทีมีมากหลายชนิด ที่มีชื่อเรียกตามพื้นบ้านว่า ตรังจะเรียก ชะเอม ส้มป่อยหวาน ค่อนข้างพบภายในป่าดงดิบ หรือป่าเบญจพรรณนั่นเอง รูปร่างของชะเอมไทยทั่วไปนั้น จะมีลำต้นพร้อมกับกิ่งก้านของต้นชะเอมไทยนั้นจะมีหนามแหลมแบบสั้น ๆ ส่วนใบนั้นจะมีลักษณะแบบขนนก ปลายมีลักษณะรูปใบหอย ใบจะมีลักษณะเรียบพร้อมกับมีขนาดเล็ก ส่วนประโยชน์พร้อมกับคุณสมบัติของชะเอมนั้น ใบจะช่วยขับเลือดรอบเดือนได้ดี ส่วนดอก ช่วยย่อยอาหารต่อร่างกายได้ดี พร้อมทั้งที่สำคัญ เนื้อไม้ที่จริงแล้ว อาจจะนำมาแก้น้ำลายเหนียว เลือกออกตามไรฟัน ตลอดจนแก้โรคในลำคอได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งจะสามารถพบว่าชะเอมไทยนั้นมีประโยชน์มากมายทุกส่วนเลยก็ว่าได้   ดังนั้นจึงได้นำเสนอเกร็ดความรู้ดี ๆ มาฝากเพื่อน ๆ หรือว่าผู้ที่สนใจได้ลองบริโภคกันดู ว่าสรรพคุณที่ได้รับรู้นั้นได้ผลจริงอย่างที่คิดหรือเปล่า แต่ถ้าได้ผลจริงท่านก็ควรหันมารับประทานจะดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าใครยังไม่รู้จักชะเอมไทย หรือว่าต้นชะเอมแล้วล่ะก็ ก็สามารถค้นหาข่าวสารเกร็ดความรู้ได้ตามเว็บไซต์ทั่วไปนั่นเอง

เกร็ดความรู้ในวันนี้ที่เราต้องการจะนำเสนอ คงเป็นความรู้ที่ทุกคนคาดไม่ถึง เกี่ยวข้องเรื่องของการขยิบตาของทุกคน ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องของการกระพริบตา นับได้ว่าเป็นเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจอย่างมาก ก็เพราะว่าทุกวันนี้คงไม่มีใครรู้ว่า เราทุกคนได้ขยิบตากันกี่ครั้งต่อวัน อีกทั้งเรายังไม่ค่อยเกิดอาการสงสัย ว่าเพราะอะไรเราทุกคนจำเป็นจะต้องกะพริบตาหลายต่อหลายครั้ง และวัน ๆ หนึ่งจะต้องขยิบตากี่ครั้งถึงจะดีที่สุด   เพราะเช่นนั้น เรื่องราวเกี่ยวกับเกร็ดความรู้วันนี้ เราจึงไม่ต้องไปไกลจากเรื่องราวของการกระพริบตา เนื่องจากการกระพริบตาของมนุษย์นั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าอัศจรรย์ไม่แพ้กัน  โดยในแต่ละวัน ท่านเคยสังเกตบ้างหรือเปล่าว่า เราจำเป็นจะต้องทำการกระพริบตากี่ครั้ง และการกระพริบตาในแต่ละครั้ง คุณรู้สึกอย่างใด นัยน์ตาของคุณมีความเปียกชื้นมากยิ่งขึ้น การเห็นมีระดับที่ดียิ่งขึ้นเหมือนท่านได้ล้างตา หรือแม้กระทั่ง คุณไม่ได้รู้สึกว่าเกิดอะไรขึ้นเลยหลังจากการกระพริบตา แต่ข้อเท็จจริงแล้วนั้น ทุกครั้งที่คุณได้กระพริบตา นัยน์ตาของคุณจะมีลักษณะที่ดียิ่งขึ้น น้ำตาจะหล่อเลี้ยงลูกตาได้อย่างถ้วนทั่ว เป็นเหตุให้ตาไม่แห้ง พร้อมทั้งไม่มีฝุ่นเข้าตาแต่อย่างใด ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้น ชั่วชีวิตของมนุษย์เรา จำเป็นจะต้องทำการกระพริบตามากถึง 250 ล้านครั้งเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ได้มีการระบุหรือว่าจำกัดเรื่องของอายุอย่างแน่นอน ว่าภายใน 250 ล้านครั้ง เป็นระดับของคนที่มีอายุกี่ปี แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เราจำเป็นจะต้องทำการกระพริบตาภายในทุก ๆ 5-6 วินาทีนั้น เป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อตามีระดับการเคลื่อนที่อยู่ที่ประมาณ 10000 ครั้งต่อวันเลยเชียว […]

สาระน่ารู้วันนี้ที่นำเสนอนั่นก็คือ วิธีการดื่มกาแฟที่ทุกคนอาจรู้หรือไม่รู้นั่นเอง ซึ่งในทุกวันนี้ส่วนใหญ่แล้ว กลุ่มคนส่วนมากมักจะนิยมดื่มกาแฟก่อนไปทำงานในปริมาณ 1 แก้ว ยิ่งถ้าใครที่โปรดปรานไปกับการตื่นแต่เช้า ล้วนแล้วจะต้องตื่นขึ้นมากดน้ำร้อนเพื่อจะรับประทานกาแฟ แต่ถ้าว่าบางคนล่ะสิ กินกาแฟวันหนึ่งก็ประมาณ 3-4 แก้ว แต่ถ้าว่าเพื่อนรู้กันหรือไม่ว่าการกินกาแฟภายในอัตราที่มากเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย ทางที่ดีควรเลือกกินกาแฟภายในช่วงเช้า หรือถ้าเป็นเวลาที่ดีสุดเลย ควรเลือกทานกาแฟเวลาประมาณ 10.30 น.  เนื่องจากเป็นช่วงที่ได้ผลดีที่สุด ฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกายเรานั้นจะต่ำในช่วงเวลา 9.30-11.30น. ซึ่งถ้าเรารับประทานพวกคาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟจะอาจจะเข้ากับฮอร์โมนได้ดี จะต้องเป็นช่วงเวลาที่เหมาะมากที่สุด สาระน่ารู้ในการดื่มกาแฟนี้อาจจะทำให้คนที่ชื่นชอบรับประทานกาแฟนั้นสามารถนำมาเป็นข้อมูลเรื่องสาระน่ารู้ได้ดี เพราะเช่นนั้น สาระน่ารู้เกี่ยวกับวิถีทางดื่มกาแฟที่ได้นำเสนอมานั้น ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์อย่างมากกับคนที่ชื่นชอบดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าในการดื่มกาแฟภายในช่วงเช้านั้นควรที่จะทิ้งระยะเวลาให้คอร์ติซอลลดระดับลงก่อน 10 โมงจะเป็นช่วงที่บริโภคกาแฟได้พอดี และสำหรับสาวๆที่ชอบทานกาแฟในช่วง 17.30 -18.30 น. ทางที่ดีไม่ควรทานกาแฟในชั่วนี้เลย เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วก็ไม่น่าแปลกเลยที่รับประทานกาแฟตอนเช้าจึงทำให้ต้องรับประทานกาแฟเพิ่มให้เข้มอีก แต่ทางที่ดีถ้าเพื่อนไม่รับประทานกาแฟเลยจะเป็นดีที่สุด เป็นเหตุให้ร่างกายนั้นโทรมไวพร้อมทั้งไม่แก้เร็วด้วยแต่ถ้าเลือกไม่ได้จะต้องรับประทานกาแฟก็ต้องเลือกช่วงเวลาในการรับประทาน ถ้าเพื่อนๆอยากได้ศักยภาพในการทำงานให้ลองอ่านสาระน่ารู้ สำหรับนำไปศึกษาได้เลยค่ะ